-ความสุขอยู่ที่ใจ-
บางครั้ง เรื่องง่าย ๆ ก็ช่วยให้เรามีความสุข
หนังฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่ง เคยมีฉากที่นางเอกสาวบำบัดความเครียดด้วยการไปทำเล็บ
แสดงให้เห็นว่า ความสุขของเราไม่ต้องผูกติดกับใคร
เพราะสุขของเราอยูที่ "ใจ"
------
เรื่องราวมากมาย ที่เขียนต่อไปนี้
ล้วนเป็นเรื่องราวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต หรืออาจเป็นเรื่องราวที่ให้ความสนใจในแต่ละขณะ
คนเขียนเขียนด้วยความสุข
หวังวาคนอ่านก็คงสัมผัสความสุขนั้นได้ไม่ยาก เช่นกัน =)

ช่วงนี้ อ่านนิยายเยอะค่ะ เพราะว่าติดช่วงวันหยุดยาว
เล่มที่เพิ่งจบไป คือ มิถิลา เวสาลี เป็นนิยายเล่มแรกของ ว.วินิจฉัยกุล นักเขียนชื่อดังของเมืองไทย
เด็กๆหลายคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะไม่ได้อ่านนิยายเหมือนคนสมัยก่อน
แต่ถ้าบอกว่าเป็นคนเขียนคนเดียวกับเรื่อง น้ำใสใจจริง ที่เคยเป็นละครชื่อดังทางโทรทัศน์ อาจจะทำให้วัยรุ่นหลายคนรำลึกถึงนักเขียนท่านนี้ได้ไม่ยากนัก
แต่เล่มที่จะมารีวิววันนี้นะคะ...
เป็นนวนิยาเก่าที่ ว.วินิจฉัยกุล เขียนค้างไว้ เคยลงเป็นตอนๆ ในนิตยสารสตรีสาร เมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน
แต่เขียนไม่จบ ด้วยเหตุผลบางอย่าง
ปัจจุบัน "มาลัยลายคราม" เขียนจบลงอย่างสมบูรณ์ในนิตยสาร หญิงไทย
และจัดพิมพ์รวมเล่มแล้ว =)

เล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตของผู้หญิงอายุ 60 ปี 8 คน ที่มีชีวิตเริ่มต้นคล้ายกัน คือเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นที่เรียนมาด้วยกัน
มีตัวเอก คือ ศรีอัมพร เป็นผู้เฝ้าสังเกตวิถีชีวิตและความเป็นมาเป็นไปของเพื่อนๆทุกคน
โดยเรื่องแรก ก็เปิดที่ชีวิตของศรีอัมพรนี่แหละ เป็นหญิงสาวสวย ความรู้สูง หน้าที่การงานดี แต่อยู่เป็นโสดจนอายุ 60 และมีความสุข
ส่วนคนอื่นๆ ก็มีการเล่าตั้งแต่ชีวิตวัยสาว วิธีเลือกคู่ครอง การมีครอบครัว การครองตัวในวัยชรา
การใช้ชีวิตของผู้หญิงทั้ง 8 คน สะท้อนถึงรูปแบบความรักในแบบต่างๆได้เป็นอย่างดี
- ทั้งแม่ที่ติดลูกชาย
- คุณหญิงผู้ร้ำรวย แต่ปราศจากความรัก
- ฯลฯ
ขณะที่อ่าน ก็อดไมได้ที่จะเปรียบเที่ยบตัวเองกับตัวละครในหนังสือ อ่านจนจบก็พบว่าเรามีความคล้ายตัวละครบางตัว ตัวละนิด ละหน่อย =)
หลายชีวิตที่ได้อ่าน พบว่าชีวิตคนเรามีโอกาสและทางเลือกเสมอ เพียงแต่เราจะคว้ามันไว้หรือไม่ก็เท่านั้น
และบางครั้งสิ่งที่เราเลือกอาจจะเปลี่ยนชีวิตเราทั้งชีวิตเลยก็ได้นะคะ
วันที่ตัดสินใจซื้อ DVD เรื่องนี้ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าอยากดูหนังกุ๊กกิ๊กคลายเครียดน่ะค่ะ
และ Marley & Me ก็ไม่ทำให้ผิดหวังซะด้วย =)
จากชื่อหนังและคำโปรย ตอนแรก แนนคิดว่าน่าจะเป็นหนังที่ใช้หมาเป็นแรงดึงดูดสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงเท่านั้น
แต่พอดูไปเรื่อยๆ กลับเห็นว่าเป็นหนังที่มีครบทุกรสชาติมากมาก
แสดงให้เห็นถึงช่วงชีวิตของ marley (มาเล่ย์) หมาตัวหนึ่ง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับเจ้านายของมัน
เรื่องราวเริ่มจากครอบครัวของ John Grogan (Owen Wilson) และภรรยา Jennifer Grogan (Jennifer Aniston) ไปรับหมาตัวหนึ่งมาเลี้ยง (Marley) เป็นหมาพันธุ์ Labrador ที่สัญชาติญาณเดิมคือหมากู้ภัย แต่ Marley ไม่ใช่หมาที่มีลักษณะแบบนั้น เพราะเป็นหมาที่ชอบทำลายข้าวของและปั่นป่วนเสียมากกว่า
แต่สิ่งเหล่านั้น ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อ marley แสดงความอ่อนโยนออกมา เช่น การที่ Marley นั่งใกล้ชิดกับ Jennifer ในวันที่เธอร้องไห้เสียใจเพราะแท้งลูกคนแรก คอยรับเด็ก ๆ ที่ป้ายรถโรงเรียน หรือนอนข้างลูกชายทุกคืน
หนังมีประโยคหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะถูกใจสำหรับคนรักหมาค่ะ
"...A dog doesn't care if you are rich or poor, educated or illiterate, clever or dull. Give him your heart and he will give you his...."
ในช่วงท้ายของเรื่อง ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี
ฉากจบ ก็แอบร้องได้นิดหน่อย ทำให้คิดถึงหมาตัวแรกที่ตายไปเหมือนกัน
เพื่อนๆลองหามาดูกันได้นะคะ เป็นหนังดีที่ดูได้ทั้งครอบครัวทีเดียว =)
ปล. อยากรู้ว่าชื่อ marley มาจากอะไร ติดตามได้ในหนังนะคะ ;)
วันนี้ ( 1. shopping bag 2.
วิธีดูความแท้ (ที่ยังไม่ยืนยันจากบริษัท) พอจะดูได้ตามนี้นะคะ
และรุ่นอื่นที่ใช้ผ้าแบบนี้ หูกระเป๋าและฝาปิดจะต้องเป็นหนังแท้เท่านั้น
จะมีเขียน size และต้องมีตัว S, M ตามขนาดของกระเป๋าด้วย
3.
ที่ฝากระเป๋าด้านหลัง ที่เขียนตัวหนังสือแต่ละแบบจะไม่เหมือนกัน เช่นถ้าเป็นรุ่น shopping bag 4. 5. 6.
รุ่น Les pliages ที่เป็นหูยาวสะพายไหล่ได้ ด้านหลังฝากระเป๋าจะเขียน “shopping” ไม่มีขนาด size
ทุกใบทุกขนาดที่มีซิป และรวมถึงซิปทุกแบบทุกรุ่นของกระเป๋า Longchamp ถ้าไม่มีเลข 45 ก็เป็นของเก๋ทุุกใบ
กระเป๋าที่ใช้มากขนหนังจะฟูทำให้มองไม่เห็นได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่ จะมี tag เป็นพลาสติก เย็บอยู่ใน
กระเป๋า มี series no. และ made in france/china ติดอยู่ค่ะ
จับดูก็จะรู้ว่ามี 2 ชั้นที่สำคัญต้องลื่นมือค่ะ
ปล.1
กระเป๋า Longchamp ห้ามซักมือนะคะ สีหนังจากหูกระเป๋าจะตกใส่ผ้า แก้ยากมาก
แถมกระเป๋าจะบวมได้ง่ายด้วยค่ะ =)
ปล.2
รูปภาพประกอบแนนเป็นคนถ่ายเอง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ nannie-limited นะคะ

หลายๆท่าน คงสงสัยว่ากระเป๋าลองชอมรุ่นสุดฮิต มีหลากหลายสีเหลือเกินและแต่ละสีมีชื่อเรียกว่าอย่างไรบ้าง
แนนลองค้นหาข้อมูลจากเวบลองชอม US พบว่ามีหลายสีอยู่เหมือนกัน ชื่อเรียกอาจจะแตกต่างกันไปแต่ละประเทศ และตามซีซั่นต่างๆ
ภาพสีด้านล่างนี้ เป็นสีบางส่วนที่แนนรวบรวมมาได้นะคะ
คำอธิบายของสีต่างๆ เขียนไว้บ้างแล้วนะคะ ถ้าเจอสีอื่นๆอีกจะพยายามมาอัพเดตให้ค่ะ =)
วันนี้ที่ออฟฟิศงานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ พอมีเวลาอ่านข่าวออนไลน์ สะดุดตากับคอลัมน์ในเวบ
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของกระเป๋า Longchamp กระเป๋าที่กลายยังคงเป็นที่นิยมดีไม่มีตก
เก็บบางส่วนมาฝากนะคะ.... (สามารถอ่านเต็มๆได้ที่ กระเป๋า Longchamp...เรียบง่าย แต่ได้ใจ
)
Longchamp...ลองฌองป์...ลองชอง..ลองชอม...หรือ...ลองแชมป์ จะเรียกหรือออกเสียงอย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมกระเป๋าจ่ายตลาดของแม่บ้านฝรั่งเศสที่ทำจากผ้าไนลอนที่ดูจะแสนธรรมดาแต่ราคาแพงใบนี้ก็ยังแรงดีไม่มีตกเทรนด์ แม้จะวนเวียนอยู่บนถนนแฟชั่นมากว่า 2 – 3 ปีแล้วก็ตาม
เมื่อเอ่ยถึงชื่อกระเป๋า Longchamp แล้ว สาวไทยจำนวนไม่น้อยที่เป็นเจ้าของ ส่วนที่เหลือกำลังมองหาเพื่อจะเป็นเจ้าของกับเขาสักใบ ไล่เรียงตั้งแต่วงสังคมไฮโซ ดารานักแสดง สาวออฟฟิศ นักศึกษาไปจนถึงนักเรียนมัธยมปลาย
ด้วยรูปแบบที่แสนจะธรรมดา ที่เห็นด้วยสายตาคือกระเป๋าทำด้วยผ้าไนลอน พับเก็บได้ มีหูหิ้วและฝาเปิดปิดได้ สีสันสดใส แต่ทำไมกระเป๋าใบนี้จึงเป็นเพื่อนคู่แขนสาวๆ ไทยเกลื่อนถนนไปหมด
**กระเป๋าจ่ายตลาดของฝรั่งเศส**
Longchamp เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ลู่วิ่งในสนามม้า เป็นเครื่องหนังของกรุงปารีส ภายใต้โลโกนักขี่ม้าแข่ง กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1948 โดยฌอง กาสสย์ แกรง ซึ่งผลิตเครื่องหนังใช้หุ้มกล้องยาสูบ จนถึงปี 1960 จึงเริ่มปรับรูปแบบมาผลิตสินค้าเครื่องใช้เกี่ยวกับการเดินทางที่ผลิตจากหนังแกะ
ปี 1975 Longchamp เริ่มเข้าสู่วงการแฟชั่นด้วยการผลิตกระเป๋าสำหรับสตรีเป็นรุ่นแรกในชื่อรุ่น Veau Foulonne ชื่อเสียงของ Longchamp เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนสามารถเปิดตลาดที่เอเชียที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1979
จากกระเป๋าหนังแฟชั่นระดับแบรนด์เนม ปี 1994 Longchamp ได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ Le Pliages ‘เลอ ปิยาด’ ซึ่งเป็นกระเป๋าพับที่ตัดเย็บจากไนลอน น้ำหนักเบา พับเก็บได้ มีหูหิ้วและฝาปิดกระเป๋าเป็นหนัง มีสีสันให้เลือกหลากหลาย ซึ่งครั้งแรกว่ากันว่าผลิตขายเฉพาะในสนามบินส่วน Duty Free เท่านั้น เพื่อให้นักเดินทางได้ใช้สำหรับใส่สัมภาระชอปปิ้ง แถมตั้งราคาถูก คุณภาพทนทาน กันน้ำ จึงเป็นที่ถูกใจของนักชอปปิ้งเป็นอย่างมาก ต่อมาจึงกลายมาเป็นรุ่นฮอตฮิตไปทั่วโลกกว่า 10 ปีแล้ว
สำหรับสาวฝรั่งเศสรวมไปถึงสาวยุโรปนั้นชอบถือกระเป๋ารุ่น Le Pliages กันมาก เรียกได้ว่าเกร่อถนนกันทีเดียว เพราะน้ำหนักเบา ทนทาน จุของได้มาก จึงเหมาะกับการถือไปจ่ายตลาด ไปชอปปิ้ง และใช้พับเก็บเป็นกระเป๋าลูกในกระเป๋าเดินทาง เนื่องจากยุโรปไม่นิยมหิ้วถุงพลาสติก
หน้าตาของกระเป๋า Le Pliages ทำด้วยไนลอน มีฝาปิดเปิดและหูหิ้วที่ทำด้วยหนัง จะมี 2 ขนาดให้เลือกใช้และเป็นรหัสที่รู้กันในหมู่สาว ๆ ที่นิยมรุ่นนี้ คือ รุ่นไซส์ S หูสั้น,S หูยาว ไซส์ M หูสั้น,Mหูยาว แม้จะมีเพียงไม่กี่ขนาดและรูปแบบก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่เสน่ห์ของรุ่นนี้อยู่ที่น้ำหนักเบามาก ทนทาน และที่พิเศษคือมีสีสันสดใสซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์จะมีกลยุทธ์ออกออกสีสันและลวดลายใหม่ ๆ ปีละ 2 ครั้งตามฤดูกาลของแฟชั่นคือ Spring/Summer และ Autumn/Winter
และทุกครั้ง เมื่อ Le Pliages รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด บรรดาสาว ๆ สาวกของ Le Pliages ทั่วโลกก็จะต้องดิ้นรนหามาเป็นเจ้าของให้ได้...